• logo
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
  • บทความ
      News
      Art & Design
      Business
      Wellness
      Culture
      Insights
      Research
      Go Green
      Leisure
  • วิดีโอ
      Education
  • Podcast
      Wealth
      Environment
      Psychology
      Technology
      Food
      History
      Culture
logo
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
  • บทความ
    • News
    • Art & Design
    • Business
    • Wellness
    • Culture
    • Insights
    • Research
    • Go Green
    • Leisure
  • วิดีโอ
    • Education
  • Podcast
    • Wealth
    • Environment
    • Psychology
    • Technology
    • Food
    • History
    • Culture
รศ.ดร.เทิด ดิษยธนูวัฒน์ เรื่องเล่าจากรังผึ้ง สู่นวัตกรรมสินค้าเพิ่มมูลค่า
Insights
94
วันเผยแพร่: Jan 05,2026
อัปเดตล่าสุด: Feb 02,2026
รศ.ดร.เทิด ดิษยธนูวัฒน์ เรื่องเล่าจากรังผึ้ง สู่นวัตกรรมสินค้าเพิ่มมูลค่า

ผึ้ง ไม่เพียงแต่เป็นผู้ผลิตน้ำผึ้ง แต่จริงๆ แล้วยังมีผลิตภัณฑ์อีกมากมายที่ได้มาจากผึ้งตัวน้อย และครั้งนี้เราจะชวนไปเจาะลึกเรื่องราวของ “ผึ้ง” แมลงที่เป็นฮีโร่ผู้กอบกู้ระบบนิเวศธรรมชาติให้อยู่รอด ผ่านบทสัมภาษณ์ของ รศ.ดร.เทิด ดิษยธนูวัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหัวหน้าศูนย์วิจัยเทคโนโลยีเชิงลึกที่เกี่ยวกับการเลี้ยงผึ้งและผลิตภัณฑ์ผึ้งเพื่อเป้าหมายอันยั่งยืนของเกษตรกรไทย (SMART BEE SDGs)

 

รศ.ดร.เทิด ดิษยธนูวัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหัวหน้าศูนย์วิจัยเทคโนโลยีเชิงลึกที่เกี่ยวกับการเลี้ยงผึ้งและผลิตภัณฑ์ผึ้งเพื่อเป้าหมายอันยั่งยืนของเกษตรกรไทย (SMART BEE SDGs)

 

ผึ้ง...แมลงตัวเล็กผู้กอบกู้โลก

หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่า ผึ้งตัวเล็กๆ นั้นมีความสำคัญต่อโลกมากมายเพียงใด เอาเป็นว่า ถ้าโลกที่เราอยู่ทุก่วันนี้ ไม่มีผึ้ง มนุษย์ก็จะอยู่ไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะธรรมชาติสร้างสรรค์ให้ทุกสิ่งมีชีวิตมีความเกื้อกูลและพึ่งพาอาศัยกันตามวงจรธรรมชาติ

“ถ้าผึ้งหายไปจากโลก พืชพันธุ์ต่างๆ จะเริ่มหายไปภายในเวลา 1 ปี จากนั้น พวกสัตว์กินพืช เช่น วัว ควาย ก็จะหายไปเพราะอาหารมันหายไป ส่วนมนุษย์ที่กินสัตว์และกินพืชก็จะหายไปจากโลกเป็นลำดับสุดท้าย” ข้อมูลจากบันทึกของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์ทฤษฎีชื่อก้องโลก ซึ่ง รศ.ดร.เทิด อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้นำมาอธิบายให้เราฟัง  

ในอดีต เรารู้จักผึ้งในฐานะที่เป็นแหล่งผลิตน้ำผึ้ง โดยหน้าที่ของผึ้งคือการนำน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ชนิดต่างๆ เช่น ดอกลำไย ดอกไม้ป่า หรือน้ำหวานจากพืชชนิดอื่นๆ มาผสมกับเอนไซม์ในตัวของมัน แล้วจึงนำกลับไปที่รังเพื่อพัดไล่ความชื้นออกจนข้นเหนียว กลายเป็นน้ำผึ้งเก็บไว้เป็นอาหารยามขาดแคลนเพื่อเลี้ยงตัวอ่อนและตัวมันเอง รสชาติของน้ำผึ้งมักจะมีความข้นเหนียว หอมหวาน และสีที่แตกต่างกันจากชนิดของเกสรดอกไม้ที่ผึ้งนำมาผสม อีกทั้งน้ำหวานที่ได้จากผึ้งแต่ละชนิดก็มักจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันด้วย

 

“พวกพืชดอก พืชอาหาร ผักหรือผลไม้ที่เราบริโภค ประมาณ 80% จะขาดผึ้งหรือแมลงผสมเกสรไม่ได้เพราะมันเป็นพืชดอกที่ต้องใช้แมลงในการผสมเกสร ถ้าไม่มีแมลงเหล่านี้ เราจะไม่มีพืชผักผลไม้ให้บริโภค”

รศ.ดร.เทิด กล่าวต่อว่า “ปัจจุบันจึงมีการศึกษาถึงการอนุรักษ์ประชากรผึ้งเพราะทุกวันนี้จำนวนผึ้งค่อยๆ ลดลง ทั้งจากโรคภัย ภาวะโลกร้อน การใช้สารเคมีมากขึ้น รวมไปถึงการใช้พื้นที่ทางการเกษตร ซึ่งทำให้ดอกไม้หายไป และแม้ว่าแมลงตัวอื่นที่ไม่ใช่ผึ้งจะสามารถผสมเกสรดอกไม้ได้เหมือนกัน แต่ว่าพืชดอกกับผึ้งจะมีความ Specific (เฉพาะเจาะจง) มากกว่า หมายความว่าถ้าวันหนึ่งผึ้งหายไปจากโลก แมลงอื่นก็ยังทำหน้าที่ได้ แต่ความสามารถอาจจะไม่เท่ากับผึ้ง” รศ.ดร.เทิด อธิบาย ปัจจุบันเขายังพ่วงตำแหน่ง COLOSS (Prevention of honey bee COlony LOSSes) Asia Reginal Coordinator ผู้ประสานงานภาคพื้นเอเชียองค์กรอนุรักษ์ประชากรผึ้งโลก

รศ.ดร.เทิด ดิษยธนูวัฒน์ ในงานประชุม Coloss Asia 2026 ที่ประเทศจีน

 

น้ำหวานจากผึ้ง ได้มาอย่างไร ?

ธรรมชาติเป็นสิ่งมหัศจรรย์ แมลงและสัตว์แต่ละชนิดต่างเกิดมาเพื่อทำหน้าที่ของตัวเอง ผึ้งก็เช่นเดียวกัน มีหน้าที่ผสมเกสรของดอกไม้ ทำให้ดอกไม้เจริญเติบโตและสืบเผ่าพันธุ์ต่อไปเรื่อยๆ 

 

“ผึ้งจะทำหน้าที่ช่วยผสมพันธุ์เกสรดอกไม้แล้วจึงเก็บน้ำหวานจากดอกไม้โดยการกลืนน้ำหวานเข้าไปอยู่ในกระเพาะ จากนั้นเอนไซม์ในตัวผึ้งจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงน้ำหวาน แล้วผึ้งจะคายน้ำหวาน (น้ำผึ้ง) ออกมาเก็บไว้ในรังผึ้งเพื่อใช้เลี้ยงลูกหลาน เหมือนเป็นแหล่งอาหารของผึ้ง แต่คนก็ไปเก็บเอารังผึ้งมาขาย”

 

แล้วน้ำผึ้งแต่ละชนิดให้รสชาติหวานที่เหมือนหรือต่างกันไหม ? เราถามต่อด้วยความสงสัย รศ.ดร.เทิด ไขข้อข้องใจต่อคำถามนี้ว่า “น้ำผึ้งแต่ละชนิดให้รสชาติความหวานแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดและพื้นที่ของดอกไม้ รวมไปถึงดอกไม้อะไรที่บานในช่วงเวลานั้น (ช่วงที่มีการเก็บเกี่ยว) ดังนั้น ดอกไม้จึงมีอิทธิพลต่อรสชาติของน้ำผึ้งมากกว่าชนิดของผึ้ง

“นอกจากนี้ ยังมีชนิดของผึ้งที่มีผลต่อรสชาติของน้ำผึ้งอยู่เหมือนกันอย่างผึ้งกลุ่มน้ำหวาน เช่น ผึ้งพันธุ์ ผึ้งโก๋นหรือผึ้งโพรง ผึ้งหลวง ผึ้งกลุ่มนี้จะให้น้ำผึ้งรสชาติไปในโทนเดียวกัน แต่จะต่างกันบ้างเพราะช่วงเก็บเกี่ยวดอกไม้ไม่เหมือนกัน และขนาดตัวผึ้งที่ไม่เท่ากัน” รศ.ดร.เทิด ขยายความ

 

น้ำผึ้งลำไย มาแรงต่อเนื่อง

ปัจจุบัน การเลี้ยงผึ้งพันธุ์เป็นอุตสาหกรรมแมลงเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลก และในประเทศไทยพบว่า ภาคเหนือมีการเลี้ยงผึ้งพันธุ์มากที่สุด ส่วนน้ำผึ้งไทยที่เป็นที่ต้องการของตลาดและส่งออกสูงสุด ได้แก่ น้ำผึ้งลำไย ซึ่งภาคเหนือเราปลูกลำไยเยอะ สร้างมูลค่าการส่งออกหลายล้านบาทต่อปีและยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ รศ.ดร.เทิด กล่าวว่า โดยเฉพาะจีนกับไต้หวันจะนิยมน้ำผึ้งลำไยมากตามความเชื่อว่าเป็นสูตรยาเก่า

“น้ำผึ้งลำไย คือผึ้งไปเก็บดอกลำไยแล้วกลืนน้ำหวานเข้าไป จากนั้นจะคายออกมา น้ำผึ้งลำไยจะมีรสหวานพอดี สีสวย กลิ่นดี ทางศูนย์วิจัยฯ ค้นพบว่ามีสารที่ช่วยฆ่าจุลินทรีย์ในการก่อโรคบางชนิด มีแอนตี้ออกซิเดนท์สูงกว่ามาตรฐาน จึงเป็นที่ต้องการของตลาด และได้รับความนิยมสูงสุด รองลงมาจากน้ำผึ้งลำไย คือ น้ำผึ้งลิ้นจี่ น้ำผึ้งกาแฟ น้ำผึ้งป่า

 

“สำหรับน้ำผึ้งลำไยต้องมีเกสรลำไยอยู่ในน้ำผึ้งไม่น้อยกว่า 70% หรือถ้าเป็นน้ำผึ้งดอกไม้ชนิดใด จะต้องมีเกสรดอกไม้ชนิดนั้นมากกว่า 70% ขึ้นไป ซึ่งทางศูนย์วิจัยฯ เรามีบริการรับตรวจให้เกษตรกรฟรีด้วยว่าน้ำผึ้งแต่ละที่มีคุณสมบัติอะไรบ้าง”

 

รศ.ดร.เทิด กล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบันยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ จากผึ้งที่ได้รับความสนใจและมีประโยชน์มาก ได้แก่ นมผึ้ง เกสรผึ้งและโพรพอลิส ที่มีตลาดยั่งยืนทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากเป็นวัตถุดิบที่ใช้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพและความงาม มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆ และสามารถนำไปใช้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และเวชสำอางได้อีกด้วย

ชันโรง น้ำผึ้งรสเปรี้ยวที่มีคุณสมบัติพิเศษ

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผึ้งทุกพันธุ์ที่จะให้น้ำผึ้งได้ ผึ้งบางพันธุ์อาจไม่ให้น้ำผึ้งหรือให้น้ำหวานในปริมาณที่น้อยมาก แต่กลับมีคุณสมบัติของน้ำผึ้งที่ดีมาก เช่น ชันโรง (Stingless Bee)

 

“ชันโรง เป็นผึ้งที่ไม่ต่อยหรือไม่มีเหล็กไน เป็นผึ้งอีกชนิดหนึ่งที่เมืองไทยเลี้ยงกันเยอะ โดยเฉพาะ อ.สันกำแพง อ.บ้านธิ อ.ไชยปราการ รสชาติน้ำผึ้งจากชันโรงจะออกเปรี้ยวเพราะเขาจะเก็บยางดอกไม้มาไว้ในรังเยอะ ทำให้มีความเป็นกรด แม้ว่าน้ำผึ้งชนิดนี้จะมีรสเปรี้ยวมากแต่ก็มีคุณสมบัติที่ดีมากๆ เช่น ช่วยฆ่าเชื้อได้ดี ช่วยสมานแผล ลดการอักเสบ มีสารแอนตี้ออกซิเดนท์ ช่วยชะลอวัย ฯลฯ”

ถามต่อถึงสถานการณ์น้ำผึ้งในปัจจุบันบ้าง? รศ.ดร.เทิด แสดงความคิดเห็นว่า “น้ำผึ้งในไทยตอนนี้ราคาตกลงพอสมควร เราจึงพยายามจะช่วยเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่าให้น้ำผึ้งโดยการผลิตโปรดักส์ใหม่ๆ ให้มีมูลค่าสูงขึ้น นอกจากนี้ เราพยายามจะสร้างตลาดใหม่โดยเอาตลาดมาเจอกันในแต่ละประเทศเพื่อจะได้เพิ่มมูลค่า

“ตอนนี้เราขยายงานไปขอทุนรัฐบาลเกาหลีเพื่อขยายจากผึ้งเป็นแมลงกินได้ และจะมีการเซ็ตอัพมาร์เก็ต โดยเพิ่มเทคโนโลยีในระบบการเลี้ยงผึ้งและจิ้งหรีด" อย่างไรก็ตาม เราทุกคนล้วนมีส่วนสำคัญในการอนุรักษ์ประชากรผึ้งให้ยังคงอยู่ต่อไปตราบนานเท่านาน

 

"การอนุรักษ์ผึ้งทั่วๆ ไป ที่ไม่ใช่ผึ้งเลี้ยง เราต้องลดการใช้สารเคมีลง ช่วยกันปลูกดอกไม้ตามบ้านให้ผึ้งได้มีอาหาร มีน้ำสะอาดและไม่มีขยะเยอะ” รศ.ดร.เทิด ทิ้งท้าย


บทความที่เกี่ยวข้อง
เมนส์มาลาได้ สิทธิการลาของผู้หญิงที่ควรได้รับโดยชอบธรรม
  • Insights
เมนส์มาลาได้ สิทธิการลาของผู้หญิงที่ควรได้รับโดยชอบธรรม

เกิดเป็นหญิงแท้จริงนั้นแสนลำบาก คำกล่าวนี้ไม่เคยเกินจริง เมื่อเพศหญิงเกิดมาพร้อมกับการมีประจำเดือนในวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งอาการข้างเคียงในวันที่มามาก มีตั้งแต่ปวดท้องเพียงเล็กน้อยไปจนถึงปวดมากจนลุกไปทำงานแทบไม่ไหว บางรายเป็นไข้ อาเจียน และท้องเสีย จนต้องขอลางานโดยใช้โควตาของลาป่วย ปัจจุบันจึงมีการเดินหน้าของ "กลุ่มคนงานหญิงเพื่อความยุติธรรม" เรียกร้องให้ผู้หญิงสามารถลาในวันนั้นของเดือนได้โดยที่ยังคงได้ค่าจ้างตามปกติ

เชียงใหม่กลิ่นกาแฟ
  • Insights
เชียงใหม่กลิ่นกาแฟ

คนไทยเป็นชาติที่ดื่มกาแฟดุหรือเฉลี่ยคนละ 1.5 แก้วต่อวัน ธุรกิจร้านกาแฟจึงผุดขึ้นทั่วเมืองโดยเฉพาะในเชียงใหม่ ที่เป็นแหล่งปลูกกาแฟขึ้นชื่อของประเทศ

Sex Worker กับสิทธิที่ถูกมองข้ามและการขับเคลื่อนให้ออกกฎหมายคุ้มครอง
  • Insights
Sex Worker กับสิทธิที่ถูกมองข้ามและการขับเคลื่อนให้ออกกฎหมายคุ้มครอง

ทุกวันนี้ Sex Worker หรืออาชีพผู้ให้บริการทางเพศ ยังคงอยู่ในพื้นที่สีเทาทางกฎหมายและสังคม แม้จะเป็นอาชีพที่มีอยู่จริงในสังคมมาอย่างยาวนาน แต่กฎหมายที่มีอยู่กลับผลักให้ผู้ทำงานในอาชีพนี้กลายเป็น “อาชญากร” ไปโดยอัตโนมัติ

เว็บไซต์ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน  รายละเอียด
logo
  • บทความ
  • วิดีโอ
  • Podcast
  • ติดต่อเรา
Copyright © 2023 CMU. All Rights Reserved. Powered by I GEAR GEEK