เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2568 กำหนดให้ 4 จังหวัดในภาคเหนือ ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน เป็น “เขตควบคุมมลพิษ” สำหรับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ช่วงเดือนกุมภาพันธ์–พฤษภาคมของทุกปี โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศฯ เพื่อเดินหน้าออกมาตรการควบคุม ลด และขจัดมลพิษทางอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งมักประสบปัญหาฝุ่นควัน ไฟป่า และหมอกควันที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขระบุว่า แม้มีมาตรการที่ดำเนินมาแล้วหลายมาตรการ เช่น การดับไฟป่า/หมอกควัน การควบคุมการเผาในที่โล่ง และการตรวจวัดคุณภาพอากาศ แต่มาตรการเหล่านี้ยังไม่สามารถลดค่าฝุ่น PM2.5 ให้ต่ำกว่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่องได้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งและฤดูร้อนที่มีกิจกรรมที่สร้างมลพิษมาก เช่น การเผา การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และการคมนาคม ผู้เชี่ยวชาญจึงเห็นว่า การประกาศเขตควบคุมมลพิษถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้หน่วยงานทั้งระดับชาติ และท้องถิ่นมีอำนาจมากขึ้นในการบังคับใช้กฎหมายและนโยบาย เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนในภาคเหนือได้อย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น
“สิ่งพิมพ์กำลังจะตาย” บ่อยครั้งที่ได้ยินและได้เห็นประโยคนี้ ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีทำให้หนังสือปรากฏอยู่บนหน้าจอเล็ก ๆ ได้ การที่ร้านหนังสือตามริมทางจะหายไปจึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีผู้คนที่ยังหลงใหลในสัมผัสของกระดาษที่ได้จับผ่านมือ และกลิ่นอายของกระดาษและน้ำหมึกก็ยังคงติดตรึงในใจ
‘Green Market’ ถ้าแปลตรงตัวก็คือ ‘ตลาดสีเขียว’ เป็นตลาดแหล่งขายสินค้าที่มีการจัดการแบบช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ลดการสร้างขยะให้กับโลก และเลือกใช้ทรัพยากรที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นของกินหรือของใช้ที่สามารถปรับให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยโลกได้
เมื่อพูดถึง ‘ผู้สูงอายุ’ ภาพในความคิดของหลาย ๆ คนคงนึกถึงคนที่เกษียณอายุจากการทำงาน หรือคุณตาคุณยายอยู่กับบ้านเลี้ยงหลาน ชีวิตของคนเหล่านี้ดูเหมือนจะเคลื่อนไหวไปอย่างช้า ๆ และดูเหมือนจะห่างไกลจากความกระตือรือร้นหรือกระฉับกระเฉงที่จะทำสิ่งต่าง ๆ