• logo
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
  • บทความ
      News
      Art & Design
      Business
      Wellness
      Culture
      Insights
      Research
      Go Green
      Leisure
  • วิดีโอ
      Education
  • Podcast
      Wealth
      Environment
      Psychology
      Technology
      Food
      History
      Culture
logo
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
  • บทความ
    • News
    • Art & Design
    • Business
    • Wellness
    • Culture
    • Insights
    • Research
    • Go Green
    • Leisure
  • วิดีโอ
    • Education
  • Podcast
    • Wealth
    • Environment
    • Psychology
    • Technology
    • Food
    • History
    • Culture
"มุ้งปลอดฝุ่น PM2.5" นวัตกรรมเพื่ออากาศสะอาด สำหรับกลุ่มเปราะบางในวันที่เชียงใหม่จมฝุ่น
Insights
36
วันเผยแพร่: Apr 07,2026
อัปเดตล่าสุด: May 14,2026
"มุ้งปลอดฝุ่น PM2.5" นวัตกรรมเพื่ออากาศสะอาด สำหรับกลุ่มเปราะบางในวันที่เชียงใหม่จมฝุ่น

ปี 2569 เป็นปีที่เชียงใหม่มีค่าฝุ่น PM2.5 สูงทะลุเป็นอันดับ 1 ของโลกอีกครั้ง โดยค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในช่วง 80.3 – 293.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (ระดับสีแดง) เช่นเดียวกับเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ตรงกับปี 2562 ซึ่งเป็นปีที่เชียงใหม่มีค่าฝุ่น PM2.5 สูงทะลุเป็นอันดับ 1 ของโลกหรือเท่ากับ 170 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งปกติค่ามาตรฐานไม่ควรเกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลบ.ม.

ท้องฟ้าต้นเดือนเมษายนเปลี่ยนเป็นสีเทา ปกคลุมไปด้วยหมอกขาวคลุ้งฝุ่นทั่วเมือง มองไม่เห็นแม้แต่ดอยสุเทพ ส่วนก้อนเมฆถูกกลบด้วยฝุ่นละอองอณูจิ๋ว ที่น่ากลัวกว่านั้น คือ เจ้าฝุ่น PM2.5 เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เป็นโรคมะเร็งปอด และกระตุ้นให้เกิดภาวะกำเริบของโรคถุงลมโป่งพอง (Emphysema) ซึ่งเป็นโรคในกลุ่มโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือที่เรียกว่า Chronic Obstructive Pulmonary Disease (COPD)

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สุวัฒน์ จริยาเลิศศักดิ์ อาจารย์อาวุโส คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อธิบายว่า โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) หรือถุงลมโป่งพอง มักเกิดในวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ต้นเหตุหลักมาจากการสูบบุหรี่ 60-70% แต่ปัจจุบันมลพิษทางอากาศกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนไม่สูบบุหรี่ก็ป่วยได้ รวมทั้งยังทำให้อาการของผู้ป่วยกำเริบได้เมื่อต้องเผชิญกับฝุ่น PM2.5 ที่มีขนาดเล็กมาก เข้าไปกระตุ้น อาการหอบเหนื่อยที่มีอยู่แล้ว อาจจะกำเริบหนักจนต้องหามส่งโรงพยาบาล

 

“ผู้ป่วยที่เป็นถุงลมโป่งพอง ปกติต้องกินยาเพื่อควบคุมอาการเนื่องจากปอดเริ่มเสื่อมสภาพ ถ้าเปรียบปอดเป็นฟองน้ำ ก็เป็นฟองน้ำที่เสื่อมสภาพ สูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้ปอดดูดซับอากาศหรือออกซิเจนไม่ค่อยได้ มันก็เลยโป่งขึ้นมา ที่น่ากังวลคือสถิติผู้ป่วยมะเร็งปอดและ COPD ในภาคเหนือพุ่งสูงกว่าภาคอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสัมพันธ์กับปริมาณฝุ่นสะสมที่คนเชียงใหม่ต้องสูดดมกันต่อเนื่องมายาวนาน” ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.สุวัฒน์ แสดงความกังวลใจ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สุวัฒน์ จริยาเลิศศักดิ์ อาจารย์อาวุโส คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

ล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ผลงาน “มุ้งปลอดฝุ่น PM2.5” ได้รับรางวัลผลงานวิจัยและนวัตกรรมตอบโจทย์ประเทศ NRCT AWARD ด้านสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติภายในงาน “NRCT FORUM 2025” ซึ่งเป็นแนวคิดการออกแบบและวิจัยโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภาสกร แช่มประเสริฐ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยมีการพัฒนาร่วมกับศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.สุวัฒน์ จริยาเลิศศักดิ์ อาจารย์อาวุโส คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และรองศาสตราจารย์ ดร.วราภรณ์ บุญเชียง ภายใต้การดำเนินงานของโครงการการพัฒนาระบบเฝ้าระวังทางสาธารณสุขที่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ในเขตภาคเหนือตอนบน ทุนสนับสนุนการวิจัยโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

 

เมื่อ "ห้องปลอดฝุ่น" แพงเกินไป "มุ้งปลอดฝุ่น" จึงเป็นคำตอบ

สำนักข่าวอ่างแก้วมีโอกาสได้สัมภาษณ์ ผศ.ดร.ภาสกร แช่มประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นักวิจัยและพัฒนามุ้งกรองฝุ่น PM2.5 เกี่ยวกับแนวคิดริเริ่มของนวัตกรรม ซึ่ง ผศ.ดร.ภาสกร เล่าว่าจุดเริ่มต้นว่า มาจากปัญหาฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่) ที่รุนแรงมากเมื่อปี 2562-2563 ซึ่งในเวลานั้นมีการเริ่มทำพื้นที่ปลอดภัยให้กับคนเชียงใหม่หรือที่เรียกว่า “PM 2.5 Safety Zone”

ผศ.ดร.ภาสกร แช่มประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

“ตอนนั้นทางจังหวัดเชียงใหม่ต้องการทำพื้นที่ปลอดภัย คณะวิศวะฯ จึงเข้าไปช่วย เราเห็นเด็กเล็กอายุขวบเดียวไอจามตลอด คนสูงวัยก็อยู่ไม่ไหว จึงเริ่มทำพื้นที่ปลอดภัยสาธารณะครั้งแรกของประเทศที่ศูนย์ประชุม 700 ปี จากนั้นก็ขยายไปโรงเรียน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 200 กว่าแห่งในเชียงใหม่ หลักการคือ เราใช้วิธี "กั้น กรอง ดัน" โดยกั้นห้องไม่ให้ฝุ่น แล้วกรองอากาศในห้องให้เป็นอากาศดี จากนั้นดันอากาศไม่ดีออกไป เป็นเทคนิคที่เรียกว่า Positive Pressure (แรงดันบวก)

 

“อย่างไรก็ตาม เราพบว่าปัญหาคือบ้านคนภาคเหนือส่วนใหญ่เป็นบ้านระบบเปิด ไม่มีแอร์ และอากาศรั่วเข้าได้ทุกทาง การซื้อเครื่องกรองอากาศทั่วไปมาใช้จึงเสียเปล่าเพราะมักจะมีฝุ่นเติมเข้ามาตลอด และไส้กรองอาจราคาแพงเกินไปสำหรับคนงบน้อย” ผศ.ดร.ภาสกร อธิบาย ภายหลังจึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาทำมุ้งให้เป็นพื้นที่อากาศดีๆ เนื่องจากว่าคนในภาคเหนือกลุ่มนี้นิยมนอนมุ้งอยู่แล้ว จึงเกิดไอเดียทำมุ้งให้เป็นพื้นที่อากาศสะอาดในช่วงเวลาที่นอนหลับหรือประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวัน

 

จุดเด่นของมุ้งกรองฝุ่น

สำหรับความพิเศษของมุ้งกรองฝุ่น ไม่ใช่มุ้งไนลอนตาห่างทั่วไป แต่เป็นมุ้งผ้าฝ้ายตาละเอียด ที่ทำงานร่วมกับเครื่องสร้างแรงดันบวก (Positive Pressure) ภายในมุ้ง โดยหลักการคือ เป็นการตั้งเครื่องแรงดันบวกไว้ภายนอกมุ้งเพื่อกรอง PM2.5 สร้างอากาศสะอาดและอัดเข้ามุ้งด้วยอัตราการไหลที่เหมาะสม ผ่านแผ่นกรองทั้งแบบหยาบและละเอียด (HEPA)

 

จากนั้นตัวเครื่องจะดันอากาศสะอาดเข้าไปภายในมุ้งจนมุ้งพองตัวเหมือนบอลลูน ซึ่งแรงดันอากาศภายในที่มากกว่าภายนอกนี้เองที่จะทำหน้าที่เป็นเกราะกำบัง ไม่ให้ฝุ่น PM 2.5 เล็ดลอดเข้ามาเพิ่มเติมได้ พร้อมทั้งยังช่วยระบายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการหายใจออกไปนอกมุ้ง ทำให้ผู้นอนรู้สึกไม่อึดอัดเวลานอนอยู่ในมุ้งปลอดฝุ่น

 

“คนจำนวนหนึ่งเข้าใจว่าผ้ามุ้งเป็นตัวกรองฝุ่น แต่ในความเป็นจริง รูมุ้งมีขนาดใหญ่กว่าฝุ่น จึงไม่สามารถกรองฝุ่นได้ แต่ระบบอัดอากาศที่เราพัฒนาต่างหากที่ช่วย ซึ่งการอัดอากาศต้องทำอย่างประณีตให้เหมาะสมกับขนาดมุ้ง เพราะถ้าอัดอากาศแรงเกินไปจนมุ้งกระพือมากเกินไป จะทำให้ฝุ่นเข้าไปได้และอากาศสะอาดไม่คงที่” ผศ.ดร.ภาสกร ขยายความ

 

เมื่อนวัตกรรมมุ้งปลอดฝุ่น PM2.5 ได้รับการพัฒนาจนสำเร็จ ทางคณะสาธารณสุขฯ มช.จึงนำมุ้งกรองฝุ่นไปทดลองใช้กับกลุ่มเปราะบางโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในภาคเหนือ และยังเป็นต้นแบบที่ใช้ทดลองกับผู้ป่วยติดเตียงที่ศูนย์บริการสาธารณสุขท่าผา อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้เป็นที่น่าพึงพอใจ โดยพบว่า จากการทดสอบฝุ่น PM2.5 ภายนอกมุ้งวัดได้ 78 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หลังจากติดตั้งพัดลมและไส้กรองฝุ่นแบบ DIY ช่วยลดฝุ่น PM2.5 เหลือเพียง 8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 

 

 “โจทย์หลักคือการสร้างเซฟโซนให้กับกลุ่มเปราะบางในงบประมาณที่เข้าถึงได้ ซึ่งชาวบ้านตามชนบทเวลาหน้าหมอกควันไม่มีทางช่วยตัวเองได้ เพราะส่วนใหญ่ไม่ได้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เลยเป็นที่มาว่า ถ้าชาวบ้านไม่มีสามารถทำห้องปลอดฝุ่นได้เพราะมีราคาแพง เราก็ให้ผู้ป่วยนอนในพื้นที่ปลอดฝุ่นที่ทำได้ง่ายสุด ก็คือนอนในมุ้ง อย่างมีคุณลุงท่านหนึ่งปกติจะเหนื่อยหอบเมื่อถึงฤดูฝุ่น ต้องไปหาหมอเดือนละ 3 ครั้งหรือบางครั้งต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล พอได้นอนมุ้งสู้ฝุ่น 3 เดือน ไปหาหมอแค่ครั้งเดียว” ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.สุวัฒน์ กล่าว

 

ความหวังในมุ้งสีขาว "นอนแล้วหายใจโล่ง เหมือนยาเสพติด"

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จากการลงพื้นที่นำร่องในอำเภอเชียงดาว ไชยปราการ และอมก๋อย พบว่า ในขณะที่ค่าฝุ่นภายนอกพุ่งสูงเกิน 400 ไมโครกรัม (โซนสีแดงเข้ม) แต่อากาศภายในมุ้งกลับสะอาดใส โดยมีค่าฝุ่นต่ำกว่า 20-30 ไมโครกรัม ซึ่งถือเป็นระดับที่ปลอดภัยต่อสุขภาพอย่างมาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.สุวัฒน์ ถ่ายทอดความรู้สึกของประชาชนตามพื้นที่ชนบทที่ได้ทดลองใช้ไว้อย่างน่าสนใจว่า "เขารู้สึกเองว่ามันหายใจโล่ง ยังบอกว่าเหมือนยาเสพติดเลย ถ้าจะงีบหลับ การได้นอนในมุ้งทำให้รู้สึกดีนะ แต่พอออกนอกมุ้งนี่แย่เลย

 

“สำหรับผู้ป่วย COPD ที่สภาพปอดเสื่อมโทรมไปแล้ว การได้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยไม่ใช่เพียงแค่เรื่องความสบาย แต่มันคือการรักษาชีวิต เพราะสถิติบ่งบอกชัดเจนว่าปีไหนที่วันอากาศแย่มีจำนวนมาก (เช่นปี 2566 ที่มีวันอากาศแย่ถึง 96 วัน) จำนวนการแอดมิทเข้าโรงพยาบาลก็จะพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย การมีมุ้งปลอดฝุ่นจึงช่วยลดโอกาสที่อาการจะกำเริบหนักจนต้องเข้าห้องฉุกเฉิน” ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.สุวัฒน์ กล่าวยิ้มแย้ม

ก้าวต่อไป จากงานวิจัยสู่สวัสดิการชุมชน

ปัจจุบัน "มุ้งปลอดฝุ่น" ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาวิจัยและนำร่องแจกจ่าย โดยเน้นระบบ "ยืม-คืน" ผ่านโรงพยาบาลและ รพ.สต. เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์จะถูกส่งต่อถึงมือผู้ที่จำเป็นจริงๆ และมีการดูแลรักษาความสะอาดอย่างถูกวิธี โดยในปีหน้า 2569  ได้มีการขยายพื้นที่ไปยังจังหวัดพะเยา แม่ฮ่องสอน และตาก ซึ่งประสบปัญหาหนักจากการเผาในพื้นที่เกษตรและไฟไหม้ป่า

 

อย่างไรก็ดี นอกจากมุ้งสำหรับผู้ใหญ่แล้ว ทีมวิจัยยังได้ต่อยอดโครงการ "Safe Kid" ด้วยการติดตั้งระบบมอนิเตอร์ PM2.5 แบบเรียลไทม์ แสดงผลผ่าน Dashboard ในศูนย์เด็กเล็กกว่า 80 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ พะเยาและแม่ฮ่องสอน เพื่อตรวจสอบว่า "ห้องปลอดฝุ่น" ในโรงเรียนนั้นปลอดภัยจริงหรือไม่ หากค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐาน ระบบ AI จะแจ้งเตือนเพื่อให้ครูและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรีบจัดการแก้ไขทันที เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกหลานในชุมชนได้อย่างยั่งยืน

 

แม้ความท้าทายเรื่องต้นทุนการผลิตที่ยังสูงหรือคิดเฉลี่ยประมาณ 3,500 บาทต่อชุด และข้อจำกัดเรื่องเสียงพัดลมจะเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาต่อไป แต่หัวใจสำคัญของงานวิจัยมุ้งปลอดฝุ่น PM2.5 ชิ้นนี้คือการยืนยันว่า "สิทธิในการหายใจเอาอากาศสะอาด" ไม่ควรเป็นสิทธิพิเศษของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ควรเป็นความปลอดภัยที่เข้าถึงได้แม้ในมุ้งสีขาวหลังเล็กๆ ท่ามกลางหุบเขาในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน


บทความที่เกี่ยวข้อง
อกนิษฐ์ มาโนษยวงศ์ โปรดิวเซอร์มือทองกับการปรับนตัวท่ามกลางกระแสออนไลน์
  • Insights
อกนิษฐ์ มาโนษยวงศ์ โปรดิวเซอร์มือทองกับการปรับนตัวท่ามกลางกระแสออนไลน์

ในวงการโทรทัศน์ ชื่อของ หลา-อกนิษฐ์ มาโนษยวงศ์ คือผู้อยู่เบื้องหลังที่ผลิตรายการเตือนภัยสังคมแบบเจาะลึกอย่าง “เรื่องจริงผ่านจอ” ซึ่งออกอากาศมายาวนานถึง 24 ปี ปัจจุบันเขายังเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท สาระดี จำกัด บริษัทในเครือของบริษัท กันตนา จำกัด (มหาชน) จากการทำงานมาอย่างยาวนานในฐานะโปรดิวเซอร์ที่ต้องครีเอทและผลิตคอนเทนต์เพื่อดึงดูดผู้ชม ซึ่งปัจจุบัน สื่อออนไลน์มาแรงแซงหน้าทุกแพลตฟอร์ม จนทำให้สื่อดั้งเดิมอย่างโทรทัศน์ต้องปรับตัวขนานใหญ่ เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ อกนิษฐ์ เมื่อครั้งที่เขามารับโล่รางวัลในฐานะศิษย์เก่าดีเด่น ด้านความสำเร็จในอาชีพ/หน้าที่การงาน ประจำปี 2567 คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และได้มาแชร์ถึงวิธีปรับตัวในฐานะโปรดิวเซอร์ และการรับมือกับโลกของสื่อที่เปลี่ยนไปในทุกขณะ

Sex Worker กับสิทธิที่ถูกมองข้ามและการขับเคลื่อนให้ออกกฎหมายคุ้มครอง
  • Insights
Sex Worker กับสิทธิที่ถูกมองข้ามและการขับเคลื่อนให้ออกกฎหมายคุ้มครอง

ทุกวันนี้ Sex Worker หรืออาชีพผู้ให้บริการทางเพศ ยังคงอยู่ในพื้นที่สีเทาทางกฎหมายและสังคม แม้จะเป็นอาชีพที่มีอยู่จริงในสังคมมาอย่างยาวนาน แต่กฎหมายที่มีอยู่กลับผลักให้ผู้ทำงานในอาชีพนี้กลายเป็น “อาชญากร” ไปโดยอัตโนมัติ

สัตว์พยากรณ์ สัญญาณเตือนภัยจากธรรมชาติ
  • Insights
สัตว์พยากรณ์ สัญญาณเตือนภัยจากธรรมชาติ

หากลองสังเกตธรรมชาติและสิ่งรอบตัวให้ดี บางทีอาจมองเห็นสัญญาณเตือนอะไรบางอย่าง ที่กำลังบอกให้รู้ว่า ฝนกำลังจะตก พายุกำลังจะมา

เว็บไซต์ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน  รายละเอียด
logo
  • บทความ
  • วิดีโอ
  • Podcast
  • ติดต่อเรา
Copyright © 2023 CMU. All Rights Reserved. Powered by I GEAR GEEK