
ภาพประกอบจาก : เพจ Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
นับเป็นมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่บีบหัวใจคนไทยทั้งประเทศสำหรับสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งรุนแรงที่สุดในปีนี้ ที่ทำให้หาดใหญ่ทั้งเมืองจมบาดาล ภาพมุมสูงจากหลายสำนักข่าวฉายให้เห็นภาพหนีตายของผู้ประสบภัยหลายชีวิตที่ติดอยู่บนหลังคาบ้าน หลายคนยังติดอยู่ในบ้าน ต่างส่งเสียงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือเมื่อมีเรือกู้ภัยแล่นผ่าน
ที่ชวนสลดหดหู่ใจเป็นอย่างมากคือ ภาพของผู้คนและสัตว์เลี้ยงที่ลอยคอในน้ำสูงเกือบมิดหลังคาบ้าน เป็นภาพที่ทำให้หลายคนน้ำตาไหลแม้ไม่เคยรู้จักกัน รวมไปถึงร่างของผู้ประสบภัยที่หมดเรี่ยวแรงและเสียชีวิต ลอยไปติดอยู่ตามบ้านเรือนบ้าง ร้านอาหารบ้าง และอีกจำนวนมากที่พบว่าจมน้ำเสียชีวิตอยู่ในบ้านของตัวเอง
ข้อมูลจากจังหวัดสงขลา ระบุว่า พื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 16 อำเภอหรือเกือบทั้งจังหวัด ประกอบด้วย 118 ตำบล 909 หมู่บ้าน 252 ชุมชน ได้รับผลกระทบรวม 320,715 ครัวเรือน คิดเป็นประชาชนทั้งหมด 836,206 คน ซึ่งถือเป็นสถานการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดเลยก็ว่าได้

ภาพประกอบจาก : เพจ Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
หาดใหญ่ เป็นเมืองใหญ่ที่สำคัญและเป็นศูนย์กลางการค้าและการคมนาคมของภาคใต้ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองหลวงทางเศรษฐกิจของภาคใต้" ที่ผ่านมาหาดใหญ่เกิดปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่มาแล้วหลายครั้ง เช่น ปี พ.ศ. 2543 พ.ศ. 2553 และปีล่าสุด พ.ศ. 2568 ซึ่งเกิดจากฝนตกหนักและตกแช่มาตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ คลอง ร.1 ที่เป็นคลองที่ช่วยผันน้ำจากคลองอู่ตะเภาเพื่อระบายลงทะเลสาบสงขลาไม่สามารถระบายได้ทัน

ภาพประกอบจาก : เพจ Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
อุทกภัยครั้งนี้ทำให้เกิดน้ำท่วมในภาคใต้ถึง 10 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สตูล สงขลา พัทลุง ตรัง นราธิวาส ปัตตานี และยะลา โดยศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะกรมชลประทานได้เปิดเผยสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดน้ำท่วมภาคใต้ไว้ว่าเกิดจากร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคใต้และภาคใต้ตอนล่าง ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรเป็นต้นไป แต่ที่เจอศึกหนักครั้งใหญ่คือ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ด้านหอการค้า จ.สงขลา ได้ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจเอาไว้ว่ามูลค่าความเสียหายอาจสูงถึง 500 ล้านบาท ด้านดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ระบุว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดน้ำท่วมหนักครั้งนี้เกิดมาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1.สภาพลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่ต่ำ ทำให้รับน้ำจากทุกทิศ 2.สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน ฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ และ 3.การบริหารจัดการรับมือกับภาวะวิกฤตที่ต่ำกว่ามาตรฐาน

ภาพประกอบจาก : เพจ Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
ด้วยสภาพภูมิประเทศของเมืองหาดใหญ่นั้นเป็นที่ราบลุ่มที่ลาดลงสู่ทะเลสงขลา ทำให้น้ำไหลงมารวมกันได้ง่ายและระบายออกสู่ทะเลสาบได้ยากโดยเฉพาะหากเป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูงก็จะยิ่งทำให้การระบายน้ำเป็นไปได้ยากขึ้น มีคลองอู่ตะเภาซึ่งเป็นคลองสายหลักยาว 116 กิโลเมตรไหลมาจากอำเภอสะเดา อำเภอหาดใหญ่ ก่อนจะไหลไปลงทะเลสาบสงขลา นอกจากนี้ยังมีคลอง ร.1 ซึ่งเป็นโครงการบรรเทาอุทกภัยเพื่อผันน้ำไปลงสู่ทะเลสาบสงขลาโดยเร็วด้วย ทั้งนี้ จากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้ น้ำจากทุกทิศทาง ทั้งจากเขาคอหงส์ อำเภอนาหม่อมและอำเภอจะนะรวมทั้งน้ำที่ไหลมาจากนครศรีธรรมราชล้วนไหลลงสู่คลองอู่ตะเภา ซึ่งจะต้องไหลผ่านหาดใหญ่ก่อนถึงจะไหลสู่ทะเลสาบสงขลา

ภาพประกอบจาก : เพจ Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
ปีนี้ทั่วโลกต่างต้องผจญกับสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน ทำให้หลายประเทศรวมทั้งไทยต้องเผชิญกับฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ต้นปีนั้นจะพบว่าปีนี้เกือบทุกภาคต่างประสบกับเหตุการณ์น้ำท่วมหนักตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ ซึ่งมักจะตรงกับฤดูฝนในช่วงปลายปีตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคม โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่พบว่าเกิดน้ำท่วมในหาดใหญ่มาแล้วหลายครั้ง เช่น ปี พ.ศ.2531 พ.ศ.2543 พ.ศ.2553 และปีนี้ พ.ศ.2568
โดยปีนี้มวลความกดอากาศสูงหรืออากาศเย็นจากประเทศจีนได้แผ่ลงมากดร่องมรสุมความกดอากาศต่ำที่พาดผ่านภาคกลางให้ลงมาที่ภาคใต้ ประกอบกับเป็นช่วงลานีญ่าทำให้อากาศมีความชื้นมากกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักใน 10 จังหวัดภาคใต้โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 19-21 พ.ย. นั้น ซึ่งมีปริมาณน้ำฝนสะสม 3 วันสูงถึง 595 มม. มากกว่าในปี 2543 และ 2553 ที่เคยทำสถิติสูงสุดถึง 515 มม.


ภาพประกอบจาก : เพจ Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
ปีนี้ประเทศไทยต้องประสบกับปัญหาน้ำท่วมหนักหลายรอบและหลายจังหวัด โดยเฉพาะมีหลายจังหวัดที่ต้องรับศึกหนักจากสถานการณ์น้ำท่วมหนักกว่าที่เคยเกิดขึ้น เนื่องมาจากสภาพภูมิอากาศโลกที่แปรปรวนและอยู่ในช่วงลานีญ่า และถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติที่ทำได้ล่วงหน้า 1-2 วันผ่านระบบ Cell Broadcast ซึ่งประชาชนในพื้นที่จะได้รับข่าวสารแล้ว แต่ด้านการเตรียมการรับมือและการแก้ไขในภาวะวิกฤตนั้นยังถือว่าล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น
นอกจากนี้ การใช้ประโยชน์บนที่ดินในพื้นที่รอบเมืองหาดใหญ่ยังถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงมากกว่าที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เพราะการขยายตัวของเมืองทำให้มีการก่อสร้างอาคารและการทำถนนเข้ามาแทนพื้นที่เกษตรกรรมและป่าไม้ ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่มีค่า ช่วยดูดซับน้ำและชะลอการไหลหลากของน้ำ ดังนั้น เมื่อไม่มีป่าไม้ให้ดูดซับน้ำ จึงส่งผลให้น้ำไหลลงสู่อู่ตะเภาได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง ยิ่งเมื่อเกิดฝนตกหนักและตกแช่จนรับน้ำไหว จึงเกิดภาวะน้ำเอ่อล้นเข้าตัวเมืองในที่สุด

ภาพประกอบจาก : เพจ Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการบริหารจัดการน้ำท่วมและน้ำแล้งเป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ปี พ.ศ.2561 ซึ่งนับเป็นกฎหมายฉบับแรกของประเทศไทยที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ โดยให้อำนาจรัฐในการบริหาร จัดการ พัฒนา บำรุงรักษา และอนุรักษ์น้ำ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างสมดุลและยั่งยืน ซึ่งหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่จัดการทรัพยากรน้ำ ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติหรือ สทนช.หน้าที่คือการออกแบบนโยบายและแผนแม่บท ส่วนกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะทำหน้าที่ดูแลทรัพยากรน้ำโดยตรง ส่วนกรมชลประทาน สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่บริหารจัดการและจัดสรรน้ำด้านการเกษตรและการใช้น้ำในด้านอื่นๆ รวมไปกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือ ปภ.ที่ทำหน้าที่เกี่ยวน้ำท่วมหรือวางแผน กำหนดมาตรการป้องกันล่วงหน้า เช่น การวิเคราะห์เพื่อเตือนภัย การฝึกซ้อม การประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ รวมไปถึงการรับมือกับสถานการณ์จริงโดยการบัญชาการเหตุการณ์ จัดการความช่วยเหลือของผู้ประสบภัย การกู้ชีพ กู้ภัย รวมไปถึงการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ

ภาพประกอบจาก : เพจ Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ.2568 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกุล ได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือ “คภอ.” โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หน้าที่หลักคืออำนวยการและบริหารภัยพิบัติในทุกขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมพร้อม ป้องกัน ช่วยเหลือ เยียวยา ไปจนถึงช่วงเวลาของการฟื้นฟู
อย่างไรก็ดี ความหายนะที่เกิดขึ้นกับหาดใหญ่ในวันนี้ แม้เหตุการณ์จะเริ่มคลี่คลาย แต่เศษซากของความเสียหายทั้งจากทรัพย์สิน และความเจ็บปวดทางใจของผู้สูญเสียบุคคลในครอบครัวหรือสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รัก จะยังเป็นบาดแผลที่ฝังลึกอยู่ภายในใจพวกเขาไปอีกนานแสนนาน
อ้างอิง
https://www.youtube.com/watch?v=Wq0iug5L7hU
https://www.thaipbs.or.th/news/content/219266
“หมุดหลักนี้ แสดงถึงเจตจำนงที่จะพิทักษ์ปกป้องผืนป่าแห่งนี้ไว้ มิให้ผู้ใดทำลาย และเพื่อแสดงถึงจิตวิญญาณ อัตลักษณ์ของชนเผ่า คงไว้ซึ่งวิถีชีวิตและทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์สืบไป” ข้อความสีแดงปรากฏบนหมุดหลักหนึ่งท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ที่ถูกผูกด้วยผ้าสีส้ม เพื่อแสดงถึงเจตจำนงในการรักษาพื้นที่ป่า 39 ไร่ 54 ตารางวา อันเต็มไปด้วย ‘จิตวิญญาณ’ ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงโปว์ ที่ได้เชื่อมโยงวิถีชีวิตของพวกเขาให้เข้ากับธรรมชาติ โดยผูกโยงศาสนา และความเชื่อดั้งเดิมเอาไว้ในผืนป่าแห่งนี้
คุณอยู่ทีมไหน ? ยกมือหน่อย ! #ทีมอังกฤษ #ทีมออสเตรเลีย #ทีมเมกา #ทีมแคนาดา
ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เด็กจบใหม่จำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายของตลาดแรงงาน ไม่ใช่แค่การหางานยากขึ้น แต่ยังพบว่าหลายองค์กร โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและเล็ก เลี่ยงการรับเด็กจบใหม่หรือ Gen Z เข้าทำงาน